บทความ  By Sbobet Thailand

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล ทั้งดีไซน์และรูปลักษณ์ กว่าจะถึงวันนี้มีการพัฒนาใดบ้าง

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล ทั้งดีไซน์และรูปลักษณ์ กว่าจะถึงวันนี้มีการพัฒนาใดบ้าง

หากพูดถึงกีฬาฟุตบอล นอกเหนือจากทีม นักเตะ และลูกฟุตบอลแล้ว ชุดกีฬาฟุตบอลที่นักเตะสวมใส่นั้นก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะชุดฟุตบอลที่ดีควรสวมใส่แล้วสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตชุดกีฬาจึงได้พยายามคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเสื้อและกางเกง เพื่อเพิ่มความบางเบาและสะดวกสบายแก่นักเตะ อย่างต่อเนื่องนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล
จากหลักฐานการบันทึกพบว่า ชุดฟุตบอลเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1526 เป็นชุดกีฬาของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ ที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนรัฐบาลอังกฤษ โดยการใช้สีเสื้อเพื่อบอกทีมฟุตบอลไหนคือสีไหน
ต่อมาในปี ค.ศ.1860 องค์กรด้านฟุตบอลหลายทีมในช่วงนั้นได้ใช้การสวมหมวกและสายคาดเอวในการแยกทีมผู้เล่น ซึ่งก็พบว่ามีปัญหาในการแข่งขันตามมาด้วย ไม่นานนักในปี ค.ศ.1867 หนังสือคู่มือการเล่นแนะนำให้แต่ละทีมว่า “จะเป็นการดี หากจัดการเตรียมให้ชุดกีฬาของทีมหนึ่งเป็นชุดสีหนึ่ง”

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล
ค.ศ. 1870 เริ่มมีการใส่ชุดฟุตบอลครั้งแรก ด้วยการระบุสีของเสื้อชุดฟุตบอลให้เป็นสีเดียวกับโรงเรียนหรือสโมสรและองค์กรกีฬา ส่วนกางเกงจะเป็นลักษณะทรงหลวมยาวถึงเข่าหรือใส่กางเกงขายาว โดยจะใส่เข็มขัดรัด อีกทั้งลายเสื้อที่เป็นที่นิยมในสมัยนั้นมักจะเป็นลายขวางหรือลายทาง ซึ่งในยุคนั้นมีดาวดังนักฟุตบอลคนแรกคือ ลอร์ด คินเนร์ด ได้กล่าวว่า เขามักจะใส่กางเกงขายาวสีขาวสว่าง ไม่มีการติดเลขบนเสื้อเพื่อระบุผู้เล่นแต่ละคน

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล
ค.ศ. 1874 ได้มีการใช้สนับแข้งครั้งแรกโดยผู้เล่นจากสโมสรฟุตบอลนอตทิงแฮมฟอเรสต์ชื่อ แซม เวลเลอร์ วิดโดว์สัน เขาได้ตัดสนับแข้งของกีฬาคริเกตโดยนำมาสวมนอกถุงเท้า แต่ในช่วงเปลี่ยนศตวรรษสนับแข้งเล็กลงและใส่ด้านในของถุงเท้า

ต่อมาในปี ค.ศ.1904 ชุดกีฬาได้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เพื่อการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวมากยิ่งขึ้น เริ่มหันมาใช้วัสดุทำจากผ้าใยธรรมชาติที่ทนทาน เช่น ผ้าฝ้าย ขนสัตว์ และกางเกงก็เปลี่ยนแปลงให้พอดีกับเข่า เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนไหว ส่วนรูปแบบเสื้อจะเป็นลักษณะผูกเชือก ซึ่งได้รับความนิยมสุดๆ คือเสื้อลายตรงแนวตั้ง กว้างจาก 1 นิ้ว เริ่มขยายเป็น 2-3 นิ้ว

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล
ปี ค.ศ.1908-1930 กฎกติกาพื้นฐานฟุตบอลได้มีการพัฒนาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการสับสนระว่างทีมนักเตะ ด้วยการกำหนดให้ผู้รักษาประตูมีเสื้อทีมที่มีสีแตกต่างจากผู้เล่นตำแหน่งอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งนอกเหนือจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขบนเสื้อ เพื่อให้แยกแยะคนทำผิดกฎกติกาและง่ายต่อการเปลี่ยนตัวผู้เล่นมากขึ้น และการดีไซน์เสื้อชุดฟุตบอล จากเดิมเป็นเสื้อคอผูก เปลี่ยนเป็นเสื้อคอปกแทน นอกจากนี้ทีมฟุตบอลทีมแรกที่ริเริ่มใส่แถบสีลงไปที่ด้านข้างของกางเกงคือ ทีม Everton

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล
ค.ศ. 1953 ในการแข่งขันฟุตบอลเอฟ เอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ Blackpool โดยทีม Bolton wanderers ได้สวมใส่ชุดฟุตบอลที่มีการนำผ้าใยสังเคราะห์มาผลิตชุดแข่งฟุตบอลครั้งแรก มีลักษณะรูปทรงเข้ารูป ทำจากผ้าบางเบาและใส่กางเกงที่สั้นกว่า ผลลัพธ์การแข่งขันออกมาชนะทีมอังกฤษไป 6-3 และในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1954 ได้มีผลิตชุดกีฬาใหม่ที่เรียกว่า “แบบพื้นยุโรป” โดยจะมีลักษณะเป็นคอวี แขนสั้นและมีน้ำหนักเบา ทั้งกางเกงจะสั้นเพื่อสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากขึ้น00.

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล
ต่อมาปี ค.ศ. 1973 เริ่มต้นการมีโลโก้ของบริษัทบนด้านหน้าของชุดฟุตบอล ซึ่งบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่นชื่อ เยเกอร์ ไมสเตอร์ ได้เซ็นสัญญากับสโมสรของเยอรมัน Eintract Braunschweig นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สโมสรต่างๆ จะหาสปอนเซอร์มาลงบนชุดแข่งขัน เพื่อแลกกับเงินกองโต และเมื่อเข้าสู่ยุค 80s รูปทรงกางเกงทั้งสั้นลงกว่าเดิม เพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว และยุค 90s รูปทรงเสื้อแบบมีปกแขนยาวที่ในอดีตดูรุ่มร่ามเปลี่ยนมาให้มีความโปร่งสบายและแห้งเร็วกว่า ทำให้เสื้อมีปกแขนยาวกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง

 

วิวัฒนาการชุดฟุตบอล
หลังยุค 90s จวบจนถึงปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรมในการผลิตละพัฒนารูปทรงของเสื้อผ้าให้นักเตะสามารถเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น เนื้อผ้าของเสื้อบอลด้านหน้าที่มีขนาดบางกว่าและมีตาข่ายเล็กด้านหลัง เพื่อระบายเหงื่อ ด้านข้างลำตัวมีรูระบายอากาศ ตรงรอบต่อของแขนเสื้อจะมียาง Polyflex คอยยึดรับแรงกระชากและถูกดึง เนื้อผ้าบางเบา เน้นความเคลื่อนไหวเพื่อความคล่องตัว

และนี่เป็นการพัฒนาของชุดนักเตะจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่าการพัฒนาในการผลิตชุดกีฬาต่างเน้นให้นักเตะมีความสะดวกและการเคลื่อนไหวคล่องตัว ก็เพื่อเป็นประโยชน์ในการแข่งขันฟุตบอลนั่นเอง

To Top